SUKEN คืออะไร

สถาบันรับรองสมรรถนะทางคณิตศาสตร์แห่งประเทศญี่ปุ่น (The Mathematics Certification Institute of Japan) ดำเนินการวัดสมรรถนะทางคณิตศาสตร์ด้วยข้อสอบที่เรียกว่า SUKEN (สึเค่ง) ในระดับประถมศึกษาจนถึงระดับอุดมศึกษา

แนวคิดหลักของสถาบันคือการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเปิดโอกาสให้

ผู้ที่สมัครสอบ SUKEN นั้นอาจมีแรงจูงใจที่แตกต่างกันออกไป เช่น เพื่อวัดความสามารถทางด้านคณิตศาสตร์ของตนเอง เพื่อรับเกียรติบัตร หรือเพื่อย้อนกลับไปประเมินสิ่งที่ตนเองได้เรียนรู้จากโรงเรียน ซึ่งวัตถุประสงค์ของสถาบันไม่ได้มีขึ้นเพื่อพัฒนาให้เป็นนักคณิตศาสตร์ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลทุกกลุ่มสามารถวัดทักษะทางคณิตศาสตร์ของตนเองได้

1

ในประเทศญี่ปุ่น ปี 2022 มีผู้เข้าสอบประมาณ 335,000 คน กลุ่มคนที่สอบมีตั้งแต่เด็กก่อนเข้าโรงเรียนจนถึงผู้ใหญ่วัยทำงาน

2

โจทย์ปัญหาในข้อสอบไม่ได้เป็นแบบตัวเลือก (multiple-choice) นอกจากนั้นบางโจทย์ปัญหาผู้เข้าสอบต้องเขียนวิธีการหาคำตอบอีกด้วย

3

ข้อสอบ SUKEN ในแต่ละระดับประมาณ 10% จะเป็นโจทย์ปัญหาที่ไม่ใกล้เคียงโจทย์ที่อยู่ในหนังสือเรียน แต่เป็นปริศนาคณิตศาสตร์ที่ท้าทายความสามารถของผู้เข้าสอบ

สถิติการเข้าสอบในประเทศไทย

ปีที่สอบ พ.ศ.
2560
พ.ศ.
2561
พ.ศ.
2562
พ.ศ.
2563
พ.ศ.
2564
พ.ศ.
2565
พ.ศ.
2566
พ.ศ.
2567
พ.ศ.
2568
พ.ศ.
2569
จำนวนผู้เข้าสอบ 180 1,513 2,037 2,649 3,276 1,587 2,911 4,382 4,783 5,551
จำนวนผู้เข้าสอบในประเทศไทย
โครงสร้าง ข้อสอบ

สำหรับการสอบ SUKEN ในประเทศไทย มีการจัดสอบจำนวน 9 ระดับ โดยเริ่มจากระดับ 11 (เทียบเท่าประถมศึกษาปีที่ 1-2) จนถึงระดับ 3 (เทียบเท่ามัธยมศึกษาตอนปลาย) ข้อสอบในระดับ 3 ถึงระดับ 5 ประกอบด้วยข้อสอบทั้งหมด 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 และตอนที่ 2 โดยตอนที่ 1 เป็นข้อสอบเกี่ยวกับทักษะการคำนวณ และตอนที่ 2 เป็นข้อสอบเกี่ยวกับทักษะการประยุกต์ทางคณิตศาสตร์

ผู้ที่เข้าสอบจะต้องทำข้อสอบผ่านทั้งสองตอนจึงจะได้รับเกียรติบัตรรับรอง ข้อสอบในระดับ 6 ถึงระดับ 11 จะมีข้อสอบเพียงตอนเดียว ซึ่งเนื้อหาในข้อสอบแต่ละระดับจะมีบางส่วนซ้อนทับกับเนื้อหาในระดับที่ใกล้เคียงกัน

ระดับ ระดับเทียบเท่า จำนวนของข้อสอบ เปอร์เซ็นต์ในการผ่าน เวลาทำข้อสอบ (นาที) เนื้อหา
ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 ตอนที่ 1 ตอนที่ 2
3 ม.3-ม.ปลาย 30 20 70% 60% 50 60
30%30%30%10%*
E
F
G
4 ม.2-ม.3
30%30%30%10%
F
G
H
5 ม.1-ม.2
30%30%30%10%
G
H
I
ระดับ 6 ถึงระดับ 11 มีเฉพาะตอนที่ 1
6 ป.6-ม.1 30 70% 50
45%45%10%
H
I
7 ป.5-ป.6
45%45%10%
I
J
8 ป.4-ป.5
45%45%10%
J
K
9 ป.3-ป.4 20 40
45%45%10%
K
L
10 ป.2-ป.3
45%45%10%
L
M
11 ป.1-ป.2
90%10%
M

*เนื้อหาส่วนที่เหลือ 10% จะเป็นข้อสอบที่มีลักษณะคล้ายกับปริศนาทางคณิตศาสตร์

เนื้อหา ข้อสอบ
เ นื้ อ ห า ข้ อ ส อ บ
ค ว า ม ส า ม า ร ถ โ ด ย ร ว ม
E
รากที่สอง, การกระจายและการแยกตัวประกอบ, การแยกตัวประกอบเฉพาะ, สมการกำลังสอง, ทฤษฎีบทพีทาโกรัส, คุณสมบัติวงกลม, อัตราส่วนและเอกลักษณ์, ความคล้าย, อัตราส่วนพื้นที่, ฟังก์ชันกำลังสอง, สถิติง่าย และอื่น ๆ
ความสามารถพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่เป็นประโยชน์ในการสร้างกิจกรรมในสังคม
1. ความสามารถในการออกแบบและคำนวณโครงสร้างอย่างง่าย
2. ความสามารถในการคำนวณความลาดเอียง และใช้อุปกรณ์หรือแสดงออกอย่างเหมาะสม
3. ความสามารถในการแสดงถึงผลิตภัณฑ์และปรากฏการณ์ทางสังคมอย่างง่าย โดยใช้แผนภูมิทางสถิติ
F
การดำเนินการโดยใช้สัญลักษณ์พีชคณิต, พีชคณิตอย่างง่าย, ระบบสมการ, คุณสมบัติเส้นขนาน, สามเหลี่ยมที่เท่ากันทุกประการ, คุณสมบัติของรูปสามเหลี่ยม, ความคล้ายคลึงทางเงื่อนไข, ฟังก์ชันเชิงเส้น, ความน่าจะเป็นพื้นฐาน เป็นต้น
ความสามารถพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่เป็นประโยชน์ในการแสดงกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ในสังคม
1. ความสามารถในการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างของสองสิ่งอย่างสมเหตุสมผล โดยใช้สมการพีชคณิต
2. ความสามารถในการคำนวณข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการได้ เมื่อปริมาณ/รูปภาพ แผนที่ และสิ่งพิมพ์
3. ความสามารถในการแสดงข้อมูลอย่างง่ายโดยใช้ฮิสโตแกรม เป็นต้น
G
จำนวนเต็มบวกจำนวนลบ, สมการเชิงพีชคณิต, การสร้างเรขาคณิตพื้นฐาน, การเคลื่อนที่ในแนวขนาน, เส้นสะท้อน, การหมุน, ความสัมพันธ์ของตำแหน่งระหว่างเส้นตรงและปริภูมิในระนาบ, ส่วนโค้งและพื้นที่ของ sectors, โครงสร้างรูปในระนาบ, การตัดรูปในปริภูมิ, การฉายและการกระจาย, พื้นที่ผิวและปริมาตรของทรงเรขาคณิต, ทรงกระบอกและทรงกลม, พิกัดคาร์ทีเซียน, สัดส่วนและสัดส่วนผกผันโดยใช้จำนวนเต็มลบ, ค่าประมาณและค่านัยสำคัญ, การแจกแจงความถี่และฮิสโทแกรม, ค่าเฉลี่ย, พิสัย เป็นต้น
ความสามารถพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ที่เป็นประโยชน์ในการดำรงชีวิตตามการเปลี่ยนแปลงของสังคม
1. ความสามารถในการเข้าใจเกี่ยวกับจำนวนลบ สามารถแสดงการเปลี่ยนแปลงเรื่องการบวกและการลบที่สำคัญในปรากฏการณ์ทางสังคมโดยใช้กราฟ
2. ความสามารถในการวาดรูปร่างพื้นฐานได้อย่างแม่นยำ
3. ความสามารถในการแสดงการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ระหว่างของสองสิ่ง โดยใช้เส้นตรง
H
การคำนวณที่มีทั้งถึงการบวก การลบ การคูณ การหารโดยใช้เศษส่วน, พื้นที่ของวงกลม, ปริมาตรของทรงกระบอก ปริซึม, ความเร็ว, มาตราส่วนของแผนภาพ, การสมมาตร, หน่วยพื้นฐาน, สัดส่วนและสัดส่วนผกผัน เป็นต้น
ความสามารถทางคณิตศาสตร์ที่เป็นประโยชน์สำหรับการจัดการเรื่องต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
1. ความสามารถในการวัดของเหลวและสิ่งต่างๆ ในภาชนะแต่ละประเภท
2. ความสามารถในการคำนวณขนาดและพื้นที่ผิวรูปทรงใช้แบบที่
3. ความสามารถในการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างของสองสิ่งอย่างสมเหตุสมผล โดยใช้อัตราส่วนและกราฟ
4. ความสามารถในการจัดการข้อมูลอย่างง่าย และรวบข้อมูลเพื่อนำเสนอในแผนภูมิ
I
การคำนวณที่มีทั้งการบวก การลบ การคูณ และการหาร โดยใช้จำนวนเต็มและทศนิยม, การหาร/การคูณ การบวก/การลบ ของเศษส่วน, พื้นที่รูปสามเหลี่ยม, พื้นที่รูปสี่เหลี่ยม, การหาผลรวมมุมภายใน, ปริมาตรของลูกบาศก์, ปริซึมสี่เหลี่ยมมุมฉาก, ขนาดปริมาตรหน่วย, รูปหลายเหลี่ยม, รูปที่สอดคล้องกัน, เส้นรอบวง, ปริซึม/ทรงกระบอก, อัตราส่วนอย่างง่าย, กราฟเบื้องต้น, อัตราและเปอร์เซ็นต์ เป็นต้น
การใช้เลขคณิตในสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน
1. ความสามารถในการนับเหรียญและธนบัตร การคำนวณและการโอนเงินได้อย่างถูกต้อง
2. ความสามารถในการแสดงรายการที่หลากหลาย เปรียบเทียบจำนวน เป็นต้น โดยใช้แผนภูมิวงกลม และกราฟแท่ง
3. ความสามารถในการคำนวณภาษี เป็นต้น
J
การคำนวณที่มีทั้งการบวก การลบ การคูณ การหารโดยใช้จำนวนเต็ม, การบวก/การลบ โดยใช้ทศนิยมและเศษส่วน, ตัวหารร่วม, จำนวนเต็ม, พื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก/รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส, รูปทรงทึบพื้นฐาน, การวัดมุม, เส้นขนาน/เส้นตั้งฉาก, รูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน, รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน, รูปสี่เหลี่ยมคางหมู, แผนภาพและกราฟเส้นหัก, ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ปริมาณ เป็นต้น
การใช้เลขคณิตในสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน
1. ความสามารถในการเปรียบเทียบประชากรในเมืองต่าง
2. ความสามารถในการคำนวณความกว้างของห้องและบ้าน
3. ความสามารถในการคำนวณราคาสินค้าจากการชำระเงินต่อหน่วยต่างๆ
K
นิพจน์ของจำนวนเต็ม, การบวกและการลบจำนวนเต็ม, การคูณเลขสองหลัก, การหารโดยเลขหนึ่งหลัก, ความหมายและนิพจน์เลขทศนิยมและเศษส่วน, การบวก การลบทศนิยมและเศษส่วน, หน่วยและการคำนวณความยาว ความกว้าง และเวลา, เวลา, วงกลม ทรงกลม หน้าจั่ว และ รูปสามเหลี่ยมด้านเท่า, นิพจน์ของความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณจำนวน, ตารางและกราฟแท่ง และอื่นๆ
การใช้เลขคณิตในสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน
1. ความสามารถในการคำนวณเวลาและระยะทาง เป็นต้น ให้อยู่ในกลุ่มที่มีจำนวนที่เท่ากัน
2. ความสามารถในการรวมข้อมูลที่พบ โดยใช้แผนภูมิและกราฟแท่ง
3. ความสามารถในการเปรียบเทียบน้ำหนักตัว โดยใช้หน่วยที่เหมาะสม
L
การบวกและการลบจำนวนเต็ม เลข 3 หลัก, ความหมายของการคูณ, เศษส่วนอย่างง่าย, รูปสามเหลี่ยมและรูปสี่เหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส รูปสามเหลี่ยมมุมฉาก รูปร่างกล่อง ปริมาตรน้ำและหน่วย, เวลาและนาฬิกา, แผนภูมิและกราฟเกี่ยวกับคน สิ่งของ และอื่นๆ
การใช้เลขคณิตในสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน
1. ความสามารถในการคำนวณการจ่ายเงินและเงินทอนเมื่อซื้อสินค้าได้
2. ความสามารถในการคำนวณหาผลรวมจากกลุ่มต่างๆ ที่มีปริมาณเท่ากัน
3. ความสามารถในการแสดงความยาวริบบิ้นและปริมาณน้ำในถ้วย โดยใช้หน่วยที่เหมาะสม
4. ความสามารถในการจำแนกประเภทของสิ่งของในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งจัดระบบและแสดงในรูปแผนภูมิและกราฟอย่างง่าย
M
การบวกและการลบเลข 2 หลัก, การบวกและการลบเลข 3 หลัก, การบอกเวลา, รูปร่างรูปทรงและตำแหน่ง และอื่นๆ
การใช้เลขคณิตในสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน
1. ความสามารถในการนับกระดาษและอื่นๆ ที่ไม่เกิน 100 และแสดงแทนด้วยตัวเลข
2. ความสามารถในการบวกและลบที่มากกว่า 10
3. ความสามารถในการระบุคุณลักษณะของกระป๋อง ลูกบอล และวัตถุต่างๆ ในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งจัดเป็นกลุ่มได้